ล้มแล้วต้องลุกอย่างชายที่ชื่อ…แจ๊ค หม่า

  • 0
20140922134915

ล้มแล้วต้องลุกอย่างชายที่ชื่อ…แจ๊ค หม่า

ชั่วโมงนี้ไม่มีใคร ไม่รู้จักผู้ชายคนนี้  ” แจ๊ค หม่า

แต่ใครจะรู้ว่าอดีตของ แจ๊ค หม่า กว่าจะมาถึงจุดนี้ต้องสุดรันทดหดหู่ราวกับเป็นผู้ชายที่โลกชัง เขาสอบตกเอ็นทรานซ์สามครั้ง หลังเรียนจบเขาไล่สมัครและสัมภาษณ์งานถึง 30 บริษัท เขาถูกปฏิเสธทั้งหมด

เขาบอกว่าครั้งหนึ่งเคยสมัครเป็นพนักงานร้านเคเอฟซี สมัคร 24 คนรวมทั้งตัวเขา คนสมัครผ่าน 23 คนโดยมีเขาเพียงคนเดียวที่ตกงาน

และเมื่อเขาก่อตั้ง Alibaba ในปี 1998, เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย

บริษัทไม่มีกำไรตลอดสามปีแรก และเขาต้องคิดกลยุทธ์การทำงานอย่างหนักเพื่อให้บริษัทเดินไปข้างหน้าได้ หนึ่งในอุปสรรคท้าทาย แจ็ก มา คือระบบการจ่ายเงิน หรือ Payment program ที่ธนาคารปฏิเสธจะร่วมงานกับเขา

แจ๊ค หม่า จึงออกแบบระบบการชำระเงินของตัวเองชื่อ Alipay เพื่อทำหน้าที่ประสานการชำระเงินระหว่างผู้ซื้อผู้ขายโดยมีการ Convert สกุลเงินให้ User ด้วย ซึ่งแน่นอนว่าแทบทุกคนที่ได้ยินล้วนทับถมเขาว่าระบบนี้เป็นความคิดที่โง่ที่ สุด แต่เขายืนหยัดเดินหน้ากับ Alipay ภายใต้แนวคิดว่า

“ฉันไม่แคร์คำทับถม ตราบใดที่ฉันสร้างประโยชน์กับ User ของฉันได้”

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน… วันนี้มีผู้ใช้งาน Alipay ถึง 800 ล้านคนทั่วโลก

สรุป

เรื่องราวของ แจ๊ค หม่า  มีความคล้ายคลึงกับหลายๆ สุดยอดธุรกิจสตาร์ทอัพระดับโลกไม่ว่าจะเป็น Zappos โดยโทนี่ เชย์ และ Amazon โดยเจฟ บีซอส

เมื่อมองจากภายนอก คนทั่วไปอาจอิจฉาและฝันอยากเป็นเหมือนพวกเขา แต่หากลงไปศึกษาเส้นทางการสร้างธุรกิจจะพบว่ามันไม่ง่ายเลย และพวกเข้าต้องเผชิญอุปสรรคหนักๆ มากมาย รวมไปถึงการสร้างธุรกิจไปโดยไม่มีกำไรหรือมีน้อยมากเป็นระยะหลายปีกว่าที่จะ โตพอที่จะสร้างกำไรส่วนต่างให้เขาได้มากมายมหาศาล

เรียกว่าถ้าใจไม่สู้ ก็คงอยู่ไม่ถึงวันที่ธุรกิจแข็งแรง เพราะฉะนั้นหากล้มแล้วต้องลุกนะครับทุกคน อย่าไปท้อถอย สู้ๆครับ

แหล่งอ้างอิงข้อมูล theceoblogger


Flag Counter